ทำไมการช่วยลูกทำการบ้านถึงนำไปสู่ความขัดแย้ง
เวลาพูดถึงการช่วยลูกทำการบ้าน หลายบ้านคงรู้ว่า “ช่วย” ไม่ได้แปลว่า “สงบ” เสมอไป ปัญหาส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากตัวการบ้าน แต่เกิดจากความคาดหวังและรูปแบบการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน
พ่อแม่คาดหวังสูงเกินไปจนลูกรู้สึกกดดัน
เมื่อพ่อแม่นั่งลงข้างๆ ลูก สิ่งแรกที่ลูกรับรู้ คือ อารมณ์และความคาดหวังของผู้ปกครอง ถ้าพ่อแม่ตึงเครียด ลูกก็จะตึงเครียดตาม ความกดดันนั้นทำให้ลูกคิดไม่ออก ยิ่งพ่อแม่เร่งหรือแสดงความผิดหวัง ลูกก็ยิ่งปิดตัวลง จนในที่สุดกลายเป็นการทะเลาะแทนที่จะเป็นการเรียนรู้
รูปแบบการทำการบ้านของลูกแตกต่างจากที่พ่อแม่คิด
พ่อแม่รุ่นนี้หลายคนเติบโตมากับการเรียนแบบหนึ่ง แต่ลูกอาจเรียนรู้ได้ดีกว่าด้วยวิธีที่ต่างออกไป บางคนต้องการขยับตัวก่อนจึงจะนั่งสมาธิได้ บางคนต้องการเวลาอยู่เงียบๆ คนเดียวก่อน แล้วค่อยให้ความช่วยเหลือ ความเข้าใจตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าพ่อแม่บังคับให้ลูกเรียนในแบบที่ตัวเองถนัด แทนที่จะเป็นแบบที่ลูกถนัด ผลที่ได้ คือ ความขัดแย้ง
ช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการนั่งเรียน
การบ้านทันทีหลังกลับบ้านในขณะที่ลูกยังหิวหรือเหนื่อยล้า เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการต่อต้าน ร่างกายและสมองของเด็กต้องการเวลาฟื้นตัวก่อน ถ้าเริ่มในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะ แม้แต่การบ้านง่ายๆ ก็กลายเป็นสงครามได้